วลีที่ว่า "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" เป็นเพราะอะไรกันนะ?

พวกเราคงเคยได้ยินบ่อยๆ กับ วลีที่ว่า "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด"  ซึ่งส่วนมากจะเป็นความคิดเห็นในเชิงลบที่กล่าวว่าคนที่เรียนสูงๆ หรือดูเหมือนมีความรู้เยอะ แต่ไม่สามารถนำมาคิดใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและผู้อื่นได้

ซึ่งๆ จริงๆแล้วการมีความรู้ย่อมจะดีกว่าการไม่มีความรู้อย่างแน่นอน  แต่การที่ความรู้ท่วมหัวและเอาตัวไม่รอดนั้น  น่าจะเกิดจากการที่คนเหล่านั้นยังไม่สามารถนำความรู้ต่างๆ มาเชื่อมโยงได้อย่างเป็นระบบ และคิดสรุปรวบยอดได้

ต้องขอบอกไว้เลยว่า การที่เราจะสามารถเชื่อมโยงความรู้ต่างๆ ได้นั้น  ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยทีเดียว   และเมื่อพูดถึงเรื่องการเฃื่อมโยงความรู้  ก็ต้องกล่าวถึง Steve Jobs ผู้เผยแพร่อย่างเป็นทางการในเรื่องของการเชื่อมโยงความรู้เข้าหากัน (ได้แสดงไว้ในหนังสือประวัติของ Steve Jobs หลายเล่ม)

เชื่อมโยงจุด เชื่อมโยงความรู้ จะเกิดสิ่งใหม่

ทุกวันนี้ข้อมูลสามารถหาได้ง่ายขึ้นอย่างมาก  เพราะ Internet, Social Media รวมถึงความรู้ต่างๆ อีกด้วย  ขอเพียงแค่เราใส่ใจในการค้นหาความรู้  และต้องจดบันทึกแหล่งความรู้นั้นไว้  เพราะธรรมชาติมนุษย์จะลืมง่ายมาก  บางคนอาจคิดว่าอยากได้เมื่อไรก็ Search หาก็ได้  มันก็จริง... แต่ การทำเช่นนั้นบ่อยๆ จะทำให้ความคิดของเราสะดุด ไม่ลื่นไหล ซึ่งสำคัญมากในการเชื่อมโยงความรู้  เพื่อให้ได้องค์ความรู้ใหม่ขึ้นมา



การคิดสิ่งใหม่ๆ (Innovation) เป็นเรื่องยากก็จริง  แต่..พวกเราทุกคนสามารถทำได้ คิดได้  เพียงแต่ว่า ...มันจะเป็นเหมือนประกายเล็กๆ (ประกายดาวเล็กๆ) ซึ่งเรียกภาษาบ้านๆ ว่า ปิ้งแว๊บ  และก็หายไป  เพราะเราไม่ได้มีการจดบันทึกไว้  จริงๆ มีหนังสือเคล็ดลับการคิดที่น่าสนใจหลายเล่มนะคะ ลองไปหาอ่านดู เช่น คิดแบบมาราธอน เป็นต้น

ดังนั้นเคล็ดลับก็คือ อ่านเยอะๆ ดูเยอะๆ และคิดเยอะๆ ค่ะ  อย่าเบื่อที่จะคิด พวกเราควรเรียนรู้ตลอดชีวิต และอย่าลืมจดบันทึกด้วย สำคัญมากๆ นะคะ อย่าลืมเชียว

Jitrlada R.



Previous
Next Post »