การเข้าร่วมโครงการพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาและสันติสุข โดยคุณแม่สิริ กรินชัย

วันที่ 1-8 ก.ย. 55 ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการพัฒนาจิตให้เกิดปัญญาและสันติสุข โดยคุณแม่สิริ กรินชัย  ของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย 

คำถามแรกที่ทุกคนเจอ.. คือ ทำไมถึงมาปฏิบัติ ตัวเราเองคงไม่เหมือนใครเพราะจริงๆ แล้วไม่ได้มีทุกข์อะไรเลย  ธรรมดาก็มีความสุขดี  แต่อาจจะมีคำถามวนเวียนบ้างว่า มนุษย์เราเกิดมาทำไมหนอ?  ซึ่งเป็นคำถามที่หาคำตอบไม่ได้  แต่ก็ไม่ใช่จุดที่คิดว่าจะมา  อาจจะเป็นเพราะว่ามาพิสูจน์อะไรบางอย่าง  สิ่งที่คนอื่นทำ อยากรู้ว่าการมาถือศีลปฏิบัติธรรมนั้น  เกิดกุศลกว่าการให้ทานได้อย่างไร แค่นั่งหลับตาเท่านั้น และอีกแรงบันดาลใจที่สำคัญคือ เนื่องด้วยเราเป็นผู้หญิงจะบวชเรียนเพื่อส่งบุญ กุศล ให้พ่อกับแม่ก็ไม่สามมารถทำได้  จึงคิดว่า หากเราได้มีโอกาสปฏิบัติดีปฏิบัิตชอบนี้  คงจะมีบุญ กุศล ผลบุญ เพื่อตอบแทนคุณพ่อ กับ คุณแม่ได้บ้าง  นี่เป็นความตั้งใจที่เข้มแข็งให้เราอดทน ซึ่งเป็นที่มาให้เราได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ ที่จะละการศึกษาทางโลก มาศึกษาทางธรรมกับโครงการของคุณแม่สิริ

 
 
การปฏิบัติวันแรก 1 ก.ย. 55 พ่อกับแม่ได้ไปส่งที่ ยุวพุทธิกสมาคมฯ แค่วันแรกก็รู้สึกว่าแม่รักเรามาก เป็นห่วงทุกอย่าง  กลัวว่าลูกจะลำบาก  แต่ตัวเราก็ยังไม่ได้ซาบซึ้งเข้าไปถึงแก่นลึกของจิตใจเท่าไรนัก
แต่ถ้าท่านได้ผ่านโครงการนี้แล้ว  อยากบอกทุกท่านว่า  ท่านจะได้ซาบซึ้ง เคารพรักคุณพ่อคุณแม่ อย่างสุดหัวใจ
 
พอเริ่มการปฏิบัติวันแรก..  สิ่งที่ต้องปฏิบัติเปลี่ยนไปจากเดิมคือ
1. ต้องนั่งกับพื้นตลอด  โดยเริ่มปฏิบัติตั้งแต่ตี 4 ถึง 3 ทุ่ม
2. สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ตลอดทั้งวัน
3. ไม่พูดคุยกับใครเลย ยกเว้นคุยกับวิทยากร ตลอด 7 วัน 8 คืน
4. นอนรวมกัน 8 คน แล้วเราได้เตียง 2 ชั้น เราอยู่เตียงบน
 
อันนี้เบื้องต้น  พอเริ่มปฏิบัติแล้วยังมีอีกเยอะทีเดียว และทุกท่านจะเรียกผู้มาปฏิบัติว่า "โยคี"
 
ขอบอกเลยว่าการปฏิบัติวันแรก กิเลสหนามาก  ที่เข้าทางทวารทั้ง 6 (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)
ง่วงสุดๆ ทรมานมาก ปวดขา ปวดหลัง คลื่นไส้ อยากอาเจียน
นี่เป็นอาการวันแรก ซึ่งเป็นวันที่มีกิเลสเต็มๆ ถ้าไม่มาปฏิบัติเอง มันจะไม่ซึ้ง
แต่ที่เราผ่านมาได้ เนื่องจาก วิทยากรทุกท่านที่มีความเมตตามากๆ จะกล่าวบอกพวกเราโยคีเสมอว่า อดทนหนอ พากเพียรหนอ
 
วันแรกได้เริ่มการเดินจงกรม ระยะที่ 1 คือมี 1 หนอ
 
ขวา ย่าง หนอ และ ซ้าย ย่าง หนอ
 
ขวาย่าง  คือ อาการ  ส่วน  หนอ คือการรับรู้
และระหว่างจงกรม  ต้องให้จิต ติดตามการอริยาบทตลอด
 
โดย ยืน เดิน นั่ง นอน เป็นอิริยาบทหลัก
แต่ความยากคือ ต้องฝึกกำหนดจิตตามอิริยาบทย่อยด้วย  เช่น ระหว่างทานข้าว เห็นหนอ อยากกินหนอ เป็นต้น
 
 
นี่คือวันแรกของการปฏิบัติ  ก็จริงๆ ไม่ยากเลย  แต่เป็นการทรมานที่จะสู้กับกิเลส ไม่ตามใจกิเลส สรุปคือ วันนี้เป็นวันขัดเกลากิเลส  นั่นเอง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Previous
Next Post »